นักโทษหญิงคดีข่มขืน!!! ใครจะเชื่อ

โพสต์เมื่อ: 17 พ.ค. 47 น.

คุกในอเมริกา จัดโปรแกรมบำบัดนักโทษหญิงคดีข่มขืน!!!

พอพูดถึง "คดีข่มขืน" คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าต้องเป็นฝีมือของผู้ชายไว้ก่อน

น้อยคนที่จะคิดถึง "ผู้หญิง" ในฐานะเป็นผู้ลงมือกระทำเรื่องน่าบัดสี และไร้ศีลธรรมดังกล่าว เพราะ...

คงมีด้วยกันหลายเหตุผล และหนึ่งในนั้นน่าจะมาจากสถิติคดีข่มขืนหรือคดีกระทำผิดทางเพศที่เกิดขึ้น ซึ่งมักจะเป็นฝีมือของผู้ชายมากกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างที่สหรัฐอเมริกา ที่เรือนจำประจำรัฐเทนเนสซี่ มีผู้ต้องหาหญิงที่ถูกจำขังด้วยคดีกระทำผิดทางเพศเฉลี่ยแล้วราว 35-40 คน แต่นักโทษชายมีถึงราว 3,000 คน

หรือหากจะพูดกันระดับประเทศ จากข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมในสหรัฐอเมริการะบุว่า เมื่อปี 2543 ในอเมริกามีนักโทษหญิงที่ถูกจำขังในคดีข่มขืนในช่วงเวลานั้นอยู่ราว 300 คน ขณะที่มีนักโทษหญิงที่กระทำผิดเกี่ยวกับคดีทางเพศในลักษณะอื่นๆ อยู่ราว 900 คน

จากตัวเลขดังกล่าว ถึงจะทำให้ "ผู้หญิง" ดูน่าระแวงน้อยกว่าผู้ชาย แต่เรื่องจริงที่คนทั่วไปอาจนึกไม่ถึงก็คือ แท้จริงแล้ว ผู้หญิงมีโอกาสเป็น "ผู้ร้ายข่มขืน" ได้พอๆ กับผู้ชาย

ซ้ำร้ายผู้หญิงยังน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำ เพราะหากคิดจะทำ ผู้หญิงมีโอกาสเข้าถึงเหยื่อซึ่งเป็นผู้เยาว์หรือเด็กได้ง่ายกว่าผู้ชายที่แฝงเจตนาร้ายดังกล่าว!!!

นี่คือความเห็นของ เจเนลล่า ฟิลิปส์ ครูผู้สอนการบำบัด เพื่อแก้ไขพฤติกรรมให้แก่นักโทษหญิงคดีข่มขืนและคดีกระทำผิดทางเพศในเรือนจำรัฐเทนเนสซี่

"ฉันไม่คิดว่าคนทั่วไปจะเข้าใจว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงสามารถเข้าถึงตัวเด็กได้ง่ายกว่าผู้ชายมาก เพราะพวกเขาไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นอยู่ในหัว" ฟิลิปส์ ถือโอกาสให้ความรู้ ที่ใครอาจนึกไม่ถึงได้รู้ไว้ เพื่อเป็นข้อระวังภัยให้แก่ลูกหลาน

ทอนย่า เพย์น แม่ลูกสามเป็นผู้หนึ่งที่รู้ซึ้งถึงภัยข่มขืนจากผู้หญิงได้ดี เพราะเธอเองก็เพิ่งเดินออกจากคุกประจำรัฐเทนเนสซี่ หลังจากเข้าไปชดใช้กรรมในนั้น 4 ปี ในข้อหาล่อลวงเด็กชายเข้าไปข่มขืนในรถบ้านของเธอ ซ้ำยังทำให้เหยื่อผู้น่าสงสารติดเชื้อโรคเอดส์จากเธอไปด้วย!!!

เพย์นเพิ่งพ้นโทษเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง พร้อมกับประกาศถึงความเป็น "คนใหม่" ที่เธอได้รับการขัดเกลา จากโปรแกรม Sex Offender Treatment Program ที่เพิ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเรือนจำรัฐเทนเนสซี่ โดยมีเธอและเพื่อนนักโทษหญิงอีก 4 คนเป็นศิษย์รุ่นแรก ที่ผ่านการบำบัดวันละ 2 ชั่วโมง ตลอด 5 วันใน 1 สัปดาห์ เป็นเวลา 2 ปีเต็ม ซึ่งเพิ่งจบคอร์สไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

"ถ้าฉันไม่ได้รับการบำบัด ฉันคงต้องยอมรับว่า มีโอกาสเสี่ยงสูงที่ฉันจะกลับไปทำผิดอย่างเดิมอีก" เพย์นกล่าวอย่างรู้สึกขอบคุณโปรแกรมบำบัด ที่ทำให้เธอมีโอกาสเข้าใจตัวเอง และคนอื่นมากขึ้นผ่านวิธีการบำบัดรักษาอาทิ การทำกลุ่มบำบัด ที่มีการพูดคุยกันในหัวข้อที่น่าสนใจอาทิ วิธีจัดการกับอารมณ์โกรธ การเข้าใจถึงความรู้สึกผู้ตกเป็นเหยื่อ ฯลฯ

นอกจากนั้น เพย์นยังว่า โปรแกรมการรักษาดังกล่าวยังทำให้เธอได้ย้อนกลับไปพิจารณาเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เธอถูกพ่อเลี้ยงข่มขืน, การที่เธอหันไปติดเหล้า ติดยา และแต่งงานตั้งแต่อายุแค่ 13 กระทั่งการปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวมีเพศสัมพันธุ์สะเปะสะปะ จนได้โรคเอดส์มาเป็น "ของแถม"

"ฉันเริ่มมองไปดูสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต ที่ทำให้ฉันเป็นอย่างนี้ สิ่งที่ฉันไม่เคยจัดการแก้ไข ฉันไม่ต้องการพูดอีกแล้วว่าสิ่งต่างๆเหล่านั้นเป็นสาเหตุให้ฉันข่มขืนเด็กชายคนนั้น ฉันเพียงไม่อยากกลับไปเป็นคนเดิมอีก"

ความต้องการของเพย์น ดูจะตรงเป้าหมายของการรักษาที่ครูฟิลิปส์ กล่าวถึง "หัวใจ" ว่าก็เพื่อต้องการให้ "ไม่มีใครตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก"

"เราทำการบำบัดนี้ขึ้นมาก็เพื่อชี้ให้พวกเขา(ผู้ต้องหา)เห็น ถึงระบบความคิด ความเชื่อของพวกเขา และผลลัพธ์ที่ตามมา ต่อจากนั้นก็คือกลวิธีที่จะช่วยให้พวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่"

นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ขณะนี้เรือนจำหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา เริ่มนำโปรแกรมบำบัดดังกล่าว ไปให้บริการแก่นักโทษหญิง หลังจากเคยมีให้บริการแต่นักโทษชาย ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็เนื่องจาก คดีลักษณะนี้นักโทษชายมีจำนวนมากกว่านักโทษหญิงหลายเท่าตัวนั่นเอง

สำหรับเรือนจำที่มีโปรแกรมบำบัดแก่นักโทษหญิงก็เช่น เรือนจำในรัฐเคนตั๊กกี้ ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี 2529 และเรือนจำในรัฐเท็กซัส ซึ่งศิษย์รุ่นแรกจำนวน 15 คนเพิ่งจบคอร์สการรักษาระยะเวลา 18 เดือนไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง

อย่างไรก็ตาม การบำบัดรักษาใช่ว่าจะจบสิ้นทันทีเมื่อผู้ต้องหาก้าวพ้นจากเรือนจำ อย่างเช่นเพย์น ที่ตัดสินใจกลับไปพักกับแม่ของเธอที่บ้านในรัฐเทนเนสซี่ นอกจากเธอจะต้องไปลงทะเบียน เพื่อประกาศให้คนในชุมชนของเธอรู้ว่า เธอเคยเป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืนมาก่อน เพย์น แม่ของลูกสาววัย 19-18 และ 16 ซึ่งปัจจุบันเป็นคุณยายของหลานชายวัย 8 เดือน ยังต้องเข้ารายงานตัว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูพฤติกรรมของเธอต่อไปอีก

และผลพวงจากการกระทำผิดของเธอ ยังทำให้เพย์นมีข้อจำกัดในชีวิตหลายอย่าง อาทิการถูกห้าม ไม่ให้ "อาบน้า" ให้หลานชายของเธอ

"ฉันมีสิทธิติดต่อกับหลาน แต่ฉันไม่มีสิทธิอาบน้ำให้เขา ฉันได้เป็นยาย แต่ไม่สามารถเป็นได้อย่างที่ฉันอยากจะเป็น ฉันต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้เงื่อนไขไปอีกนานแสนนาน"

เพย์นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และรับรู้ถึงผลแห่งการกระทำที่เธอต้องชดใช้ไปอีกนานเช่นที่เธอว่า

ผู้หญิง
Invalid ip address.
แสดงความคิดเห็น
  • ผู้โพสต์ :
  • รายละเอียด :
  • อีเมล์ :
  • รหัสรูปภาพ :
  •