พระเจ้าตากสินกับสิ่งที่คุณรู้แล้วจะน้ำตาซึม

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมเคยพิมพ์บทความนี้แต่ยังไม่สมบูรณ์และค้างไว้ บังเอิญว่าวันนี้ผมได้ติววิชาสังคม หัวข้อประวัติศาสตร์กรุงธนบุรีให้ลูก จึงนึกถึงบทความนี้และอ่านให้ลูกฟังถึงความน่าทึ่งและน่าเทิดทูนของพระเจ้าตากสิน ลูกของผมถึงกับอึ้งน้ำตาซึมเล็กน้อย  และเห็นสอดคล้องกับผมว่ามันช่างแตกต่างจากเนื้อหาในหนังสือเรียนมาก

โดยบทความที่ผมเขียนนี้ได้สรุปใจความสำคัญจากหนังสือชื่อ ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเขียนโดยนักเขียนร้อยล้าน ทันตแพทย์สม สุจิรา ซึ่งต้องยอมรับว่าหนังสือทุกเล่มของทันตแพทย์สมเป็นหนังสือที่อ่านสนุก การใช้คำพูดที่จินตนาการเห็นเป็นภาพ และมีเนื้อหาที่น่าสนใจตลอดเล่ม จึงไม่แปลกที่หนังสือหลายเล่มจะเป็นเบสท์เซลเลอร์และผมได้ติดตามอ่านแล้วทุกเล่ม

เรื่อง ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็เช่นเดียวกัน มีความน่าสนใจตลอดทั้งเล่ม และที่สำคัญที่สุดคือผมเชื่อว่าใครที่ได้อ่านจะรู้สึกรักและเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอย่างหาที่สุดไม่ได้ สำหรับตัวผมเองในขณะที่อ่าน ขนจะลุกด้วยความตื้นตัน และทำให้ได้คำตอบที่คลางแคลงใจมานาน ได้แก่

-          ครั้งที่กรุงศรีอยุธยาแตกเป็นครั้งที่สอง ชาวไทยเสียชีวิตประมาณสองแสนคน ที่เหลือถูกกวาดต้อนเป็นเชลยที่พม่า นับเป็นสงครามที่มีการเสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

-          ถ้าอยุธยาไม่มีพระเจ้าตาก ก็จะไม่มีกรุงธนบุรี ไม่มีกรุงรัตนโกสินทร์ในวันนี้ และอาจไม่มีคนไทยเหลืออยู่ในโลกนี้ คนไทยอาจกลายเป็นชนกลุ่มน้อย เหมือนชาวมอญ ที่เคยครองพื้นที่ที่เป็นประเทศพม่าแต่โดนพม่ายึดครองไปได้ กรุงหงสาวดีของมอญเหลือแต่เถ้าถ่าน ไม่เหลือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ที่จะมากู้ชาติ ทหารพม่าหนึ่งคนจะข่มขืนสตรีชาวมอญกี่คนก็ได้เพื่อให้เกิดลูกเชื้อสายพม่าตามแผนกลืนเผ่าพันธุ์

-          เหตุที่พระเจ้าตากต้องหนีออกจากอยุธยา เพราะได้สั่งให้ยิงปืนใหญ่ใส่พม่า แต่ในขณะนั้น กษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ทรงลุ่มหลงนางสนมจนสั่งว่าใครจะยิงปืนใหญ่ต้องทำเรื่องขออนุมัติก่อน แต่ในทางปฏิบัติ แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะรออนุมัติก่อน

-          ตลอดเวลาครองราชย์ 15 ปี มีเพียงปีเดียวที่เว้นจากศึกสงคราม พระองค์จึงมิได้ทรงมีเวลาพักผ่อนพระราชหฤทัยเช่นผู้นำทั้งหลาย ต้องวางแผนการศึกและบริหารราชการจนรุ่งสาง พระราชวังมิได้ใหญ่โต สถานที่บรรทมเป็นเพียงเก๋งจีนเล็ก ๆ กำแพงพระราชวังก็เป็นเพียงคันดิน เพราะขณะนั้นท้องพระคลังว่างเปล่า ขนาดจะซื้อหินมาทำกำแพงพระราชวังยังไม่มี แต่พระองค์ก็ทรงมีพระเมตตาไม่เก็บภาษีจากประชาชน เพราะทรงเห็นว่าประชาชนยากลำบากพออยู่แล้ว

-          ตลอดเวลาของการทำศึก พระองค์ทรงเสด็จออกนำหน้าทุกครั้งแม้ว่าจะเสี่ยงต่อลูกกระสุน แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ และสื่อให้รู้ว่าพระองค์ทรงมีความรักเหล่าทหารและพร้อมจะสละพระชนมชีพ

-          ทรงกอบกู้เอกราชโดยใช้เวลาเพียง 7 เดือน ด้วยพระองค์ใช้กองทัพเรือกว่าร้อยลำระดมพลจากจันทบุรี

-          ทรงฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วภายใน 3 ปี เนื่องด้วยพระองค์ทรงมีเชื้อสายจีน จึงทรงวางแผนการค้า ส่งเรือสำเภานำสินค้าไทยไปขายยังเมืองจีน นำรายได้จากนั้นมา ถ้าเที่ยวกลับมีเรือว่างก็ให้แวะซื้อข้าวจากญวนซึ่งราคาถูกใส่ลำเรือกลับมาด้วย

-          พระองค์มิทรงปรารถนาอำนาจและทรัพย์สินใด ๆ การสละราชสมบัติก็เพื่อให้ชาติไทยดำรงสืบต่อไปตลอดกาล เพราะทรงอ่อนล้าจนไม่อาจรับศึกทั้งจากภายนอกและภายใน องค์รัชทายาทก็ไม่ทรงมีความสามารถเท่าที่ควร โดยคาดว่าพระองค์ได้คาดหวังจะมอบพระราชอำนาจให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ต่อมาเป็นรัชกาลที่ 1)อยู่แล้ว  โดยดูได้จากหลายเหตุการณ์

-          ปลายรัชสมัย ได้มีกบฏพระยาสรรค์โค่นล้มราชบัลลังก์ ซึ่งพระองค์จะต่อต้านก็ย่อมทำได้เพราะเปรียบกองทัพแล้วเหมือนช้างกับมด แต่พระองค์ทรงห่วงว่าคนไทยจะฆ่ากันเองจึงยอมให้จับแต่โดยดี  

-          มีตำนานของชาวนครศรีธรรมราชเล่าว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมิได้ถูกสำเร็จโทษ แต่ทรงผนวชและลงเรือเสด็จไปประทับที่ถ้ำวัดเขาขุนพนม เมืองนครศรีธรรมราชดังที่เคยตั้งพระทัยไว้

-          เหตุที่ให้ออกข่าวว่าสวรรคตเพื่อให้หัวเมืองใหญ่น้อยได้รู้ว่าไทยมีการผลัดเปลี่ยนอำนาจอย่างสมบูรณ์โดยไม่เกิดสงครามกลางเมือง มิฉะนั้นหัวเมืองต่าง ๆ จะแข็งข้อและยกทัพมาตีแน่นอน

-          จริงอย่างที่คาด  หลังจากสมัยพระเจ้าตากสิน พม่ายกทัพมาตีไทยถึง 9 ทัพซึ่งเป็นทัพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งหากไม่ใช่รัชกาลที่ 1 เป็นกษัตริย์คงยากที่จะรักษาไทยไว้

ใครที่อยากได้อรรถรสมากกว่านี้ หาอ่านได้จากหนังสือ ตำนานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเขียนโดยทันตแพทย์สม  สุจีรา ซึ่งผมเชื่อว่าหากใครได้อ่านเนื้อหาโดยละเอียด จะรู้สึกประทับใจและรักประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งหากกำหนดให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา หรือหนังสือประกอบการเรียนให้นักเรียนได้ทราบประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ที่การศึกษาของเค้าจะพยายามอย่างยิ่งให้เยาวชนผู้ที่จะเติบโตเป็นกำลังของประเทศได้รักชาติเพิ่มขึ้น เสียสละให้สังคม ประกอบอาชีพที่ดี ทำกิจกรรมให้สังคม ไม่คอรัปชั่น  ไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัว หากเยาวชนไทยรู้สึกรักชาติอย่างแท้จริง อนาคตประเทศไทยก็จะเจริญกว่านี้อีกมากมาย

-----  กฤตโชค ชัยพัฒนาการ ---  kritchoak@yahoo.com    Web Director of CityVariety.com

 

แสดงความเห็นบทความนี้