อุทิศบุญอย่างไรให้ได้ผล

สวัสดีครับ แฟน ๆ Cityvariety ที่เคาพรักทุกท่าน เมื่อปลายปี 50 ผมได้ใช้ช่วงเวลา 9 วันเต็มกับชีวิตพระป่า ที่วัดป่าเขาน้อย จังหวัดพิจิตร และในเวลานั้นผมก็ได้เรียนรู้เรื่องราวธรรมะต่าง ๆ มากมาย จากอาจารย์โสภณ ขาวสำรวย ซึ่งเป็นผู้นำบวช และมีลูกศิษย์มากมายทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยปัจจุบันท่านสร้างและดูแลศูนย์ปฏิบัติธรรมวิมลคุณากรใกล้กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต

มีเรื่องหนึ่งที่อาจารย์โสภณมักจะย้ำกับลูกศิษย์และผู้ที่มาขอพึ่งพาท่าน คือ เรื่องการอุทิศบุญให้ได้ผล ท่านบอกว่าปกติเวลาเราทำบุญแล้วอุทิศบุญ เรามักจะอุทิศบุญรวม ๆ ให้กับญาติที่ล่วงลับ พ่อแม่ ญาติพี่น้องที่มีชีวิตอยู่ ผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร เทวดา และอื่น ๆ มากมาย ซึ่งอาจารย์บอกว่าวิธีนี้ เจ้ากรรมนายเวรมักจะไม่ยอมรับส่วนบุญที่เราอุทิศให้ ซึ่งเปรียบเหมือนเมื่อเราทำบุญแล้วมีเงินแสนบาท เราก็บอกให้เจ้ากรรมนายเวร เทวดาที่ดูแลเรา ญาติพี่น้องที่เสียชีวิตและอื่น ๆ มากมายมาแบ่งกัน เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นผู้อาฆาตเราก็มักจะไม่ยอมรับเพราะต้องแบ่งกับคนอื่น และได้บุญน้อยลง โดยวิธีแก้ง่าย ๆ ก็คือให้แบ่งการอุทิศบุญเป็นกลุ่ม ๆ ดังนี้ครับ

 

โหลดคำอุทิศบุญ (คลิ๊ก)

 

กลุ่มที่หนึ่ง อุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเรา

เนื้อหาสรุป เป็นการขออุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรเพื่อขอให้อโหสิกรรมให้กับเรา หรือแปลง่าย ๆ ว่าขอโทษในสิ่งที่เราทำผิดต่อเขา และเมื่อยกโทษให้เราแล้วก็ขอให้ ทุกข์โศกโรคภัยทั้งหลายหายสิ้นไป (เพราะความทุกข์และโรคภัยทั้งหลายส่วนหนึ่งเกิดจากเจ้ากรรมนายเวร) และขอให้มีโชคลาภ จะทำการสิ่งใดก็ขอให้ได้ผลตามที่ตั้งใจ

กลุ่มที่สอง อุทิศให้เทวดาที่ดูแลเรา

ที่เราต้องอุทิศให้กลุ่มนี้เพราะมนุษย์ที่มีศีลธรรมจะมีเทวดาปกปักษ์รักษาประจำตัวไม่ต่ำกว่าสองถึงสามคน  และผมเชื่อว่าท่านผู้ได้อ่านบทความนี้ได้ต้องเป็นคนมีศีลธรรมพอสมควร จึงอ่านบทความธรรมะนี้ ดังนั้นเราควรต้องอุทิศบุญให้กับเทวดาเหล่านั้น เพื่อให้ท่านคุ้มครองเราและดลใจให้เรามีปัญญา มีความอดทน และให้มีมั่งมีอันเป็นรากฐานในการ ได้นิพพานต่อไป

กลุ่มที่สาม อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรของคนอื่น

อาจารย์โสภณบอกว่าหากเราต้องการอุทิศบุญให้กับคนที่มีชีวิตอยู่จะไม่สามารถทำได้ แต่ที่ถูกต้อง คือต้องอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเขา เพราะเป็นสาเหตุให้เขาต้องทุกข์ทรมาน รวมทั้ง มีหลายกรณีที่อาจารย์เคยแนะนำแล้วได้ผล เช่น ภรรยามีสามีที่ประพฤติตนไม่ดี แล้วภรรยาอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของสามีแล้วพบว่าสามีเปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้น พูดจาดีขึ้น ส่วนพ่อแม่ที่อุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวรของลูกก็มีหลายคนที่ลูกเปลี่ยนเป็นคนดีขึ้น ซึ่งทั้งนี้ หากให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ผู้อุทิศบุญควรบอกให้เจ้าตัวรับทราบด้วยเพื่อให้เขาอนุโมทนา เช่น หากเราไปตักบาตรแล้วอุทิศบุญให้กับแม่ที่ยังมีชีวิตอยู่ตรง ๆ ไม่ได้ แต่ให้อุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวรของแม่ แล้วบอกแม่ด้วยว่าวันนี้เราไปตักบาตรให้แม่ เมื่อแม่รับทราบและยินดีด้วยก็จะได้ผลมากขึ้น ซึ่งตรงกับข้อธรรมะที่ว่ามุทิตาครับ (ยินดีกับบุญหรือความดีที่เกิดขึ้น)

กลุ่มที่สี่ อุทิศให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

กลุ่มนี้จะเป็นการอุทิศตรง ๆ ให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เช่น พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง ซึ่งตรงกับหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องทิศทั้งหกที่ตรัสว่าหากพ่อแม่ล่วงลับไปแล้ว ลูกควรอุทิศให้ โดยเป็นเหมือนบอกว่าเราทำบุญแล้วให้อนุโมทนาหรือยินดีในส่วนบุญและนำติดตัวไปยังสัมปรายภพที่เป็นสุคติภูมิ

ซึ่งในกลุ่มนี้ ผมศึกษาเพิ่มเติมพบว่าหากผู้ที่เราอุทิศให้อยู่ในอบายภูมิ (เปรต อสุรกาย สัตว์นรก) ก็จะไม่สามารถรับส่วนบุญได้ทันที เพราะสัตว์ในภพดังกล่าวจะพบแต่ความทุกข์ ไม่มีเวลามายินดีรับส่วนบุญ ยกเว้น เปรตบางจำพวก

กลุ่มที่ห้า เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

ปกติภพของเทวดาและพรหม จะไม่สามารถสร้างบุญเองได้ ยกเว้นเทวดาบางพวก มีแต่ภพมนุษย์ที่สร้างบุญใหม่และชดใช้กรรมเก่าได้ เพราะฉะนั้น หากเราสวดมนต์หรืออุทิศบุญให้เทวดาที่สิงสถิตย์ตามที่ต่าง ๆ แล้ว พวกเขาเหล่านั้นก็จะยินดีและส่งเสริมให้เราเจอเรื่องดีดี และพ้นภัยต่าง ๆ ได้ จึงเป็นอีกกลุ่มที่เราควรอุทิศบุญให้ครับ

 

นอกจากนี้ หลายคนยังไม่กล้าอุทิศบุญเพราะกลัวบุญหมด แต่จริง ๆ แล้ว การอุทิศบุญเปรียบเหมือนการต่อเทียนให้กับคนอื่น เทียนของเราก็ยังคงส่องสว่างครับ ก็ขอให้ทุกท่านลองไปปฏิบัติดูครับ และขอให้เจริญในธรรมครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------- 

กฤตโชค ชัยพัฒนาการ Kritchoak@yahoo.com  Web Director of CityVariety.com

 

แสดงความเห็นบทความนี้