เลสิก….ทางเลือกใหม่ ไม่อันตรายอย่างที่คิด

CV : แนะนำตัวเองกันหน่อยค่า..
พี่เก๋ : สวัสดีค่ะ กฤษติกา มุสิกรักษ์ นะคะ หรือเรียก “พี่เก๋” ก็ได้ เป็นผู้จัดการศูนย์คริสตัล เลสิค มอ.ค่ะ

CV : ศูนย์คริสตัล เลสิค มอ.เริ่มเปิดบริการตั้งแต่เมื่อไหร่คะ
พี่เก๋ : ศูนย์คริสตัล เลสิก มอ. เริ่มก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ.2545 โดยความร่วมมือของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และบริษัท ศูนย์เลเซอร์ เดอมาวิชั่น จำกัด ค่ะ ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2545 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาทั้งหมดที่เปิดบริการร่วม 6 ปีแล้วค่ะ

CV : มีผู้นิยมทำเลสิคเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
พี่เก๋ : ในปัจจุบันทัศนคติของคนในเรื่องของการทำเลสิกค่อนข้างดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก อาจจะเป็นเพราะได้รับข้อมูลความรู้ข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำเลสิกมากขึ้น ประกอบกับได้รับการยืนยันจากคนที่เคยทำเลสิกมาแล้วว่า มีความปลอดภัย 100% โดยสังเกตุได้จากจำนวนคนที่สนใจโทรเข้ามาสอบถามหรือเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเลสิคที่ศูนย์ของเราในแต่ละเดือนร่วมร้อยคน และจำนวนผู้ที่ทำเลสิกในแต่ละเดือนก็มีจำนวนมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าการทำเลสิก สามารถช่วยแก้ปัญหาภาวะสายตาผิดปกติของคนให้มีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้นได้ และมีความสะดวกสบายกับ Life style ของตนเองได้มากขึ้น

CV : ลักษณะสายตาแบบไหนจึงต้องทำเลสิก
พี่เก๋ : เลสิก เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ สายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวโดยกำเนิด ส่วนสายตายาวสูงอายุไม่สามารถรักษาด้วยวิธีเลสิกได้ เนื่องจากสายตายาวสูงอายุเป็นการเสื่อมของกล้ามเนื้อตาตามวัย แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากผู้ที่เหมาะสมที่จะทำเลสิกจะต้องมีสายตาผิดปกติคือ สายตาสั้น สายตาเอียงและสายตายาวโดยกำเนิด และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี และมีปัญหาในการสวมแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ เช่น บางคนอาจจะสวมแว่นตาแล้วปวดหัว แว่นตาเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ หรือบางคนอาจจะแพ้คอนแทคเลนส์ ทำให้ระคายเคืองตา ตาแดง ตาแห้ง อะไรเหล่านี้เป็นต้น และจะต้องไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ไม่มีโรคของกระจอกตา และโรคตาอย่างอื่นที่รุนแรงเช่นจอประสาทตาเสื่อม ตาแห้งอย่างรุนแรง หรือโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของบาดแผลเช่นโรคเบาหวานและโรค SLE และที่สำคัญจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำเลสิกที่ถูกต้องค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามก่อนการทำเลสิกจะต้องมีการตรวจตาอย่างละเอียดเสียก่อน ซึ่งการตรวจจะเป็นการวัดค่าสายตาที่แท้จริงของแต่ละคนทั้งก่อนและหลังการขยายรูม่านตา ตรวจหาโรคทางตา ตรวจวัดความหนาของกระจกตาว่าสัมพันธ์กับค่าสายตาที่มีอยู่หรือไม่ เป็นต้นค่ะ

CV : แล้วต้องเตรียมตัวยังไงก่อนทำเลสิค
พี่เก๋ : ต้องมีการตรวจตาละเอียดก่อนการทำเลสิก หากผ่านการตรวจตาละเอียดแล้ว แพทย์แนะนำว่าสามารถทำเลสิกได้ วิธีการเตรียมตัวไม่มีอะไรยุ่งยากคะ ก่อนวันนัดทำเลสิกให้นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ และในวันนัดทำเลสิกให้มาถึงเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง สวมเสื้อที่มีกระดุมหน้า เนื่องจากหลังทำเลสิกแล้วแพทย์จะปิดฝาครอบตาใส(Eye Shield) ให้ เวลาถอดเสื้อจะได้ไม่ครูดกับดวงตาค่ะ และงดเครื่องหอมทุกชนิด เช่น สเปรย์ใส่ผม โลชั่นทาตัว น้ำหอม เป็นต้น หากเป็นผู้หญิงงดการแต่งหน้าและให้อาบน้ำสระผมมาให้เรียบร้อยคะ

CV : พูดถึงขั้นตอนในการทำเลสิกมีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหนคะ
พี่เก๋ : ทางศูนย์คริสตัล เลสิก มอ. ได้นำนวัตกรรมเลสิกและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมันนีแห่งเดียวในภาคใต้ และดูแลรักษาภายใต้มาตรฐานการรักษาของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์โดยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ฉะนั้นเชื่อมั่นความปลอดภัยได้ 100% และการทำเลสิคนั้นจะใช้เลเซอร์เย็นเข้าไปทำปฏิกิริยาบริเวณพื้นที่ผิวสัมผัสเท่านั้นไม่สามารถทะลุเข้าไปในลูกตาได้ จึงไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือภายในลูกตาแต่อย่างใด โดยจะใช้ร่วมกับเครื่องมือแยกชั้นกระจกตา Microkeratome แสงเลเซอร์ก็จะถูกยิงไปยังกระจกตาชั้นกลางเพื่อปรับเปลี่ยนความโค้งให้เป็นปกติ ขั้นตอนในการทำเลสิคก็ไม่มีอะไรน่ากลัวและน่ากังวลแต่อย่างใดนะคะ ไม่เจ็บด้วย เพราะแพทย์จะใช้ยาชาและยาฆ่าเชื้อหยอดให้ตลอดเวลาระหว่างทำอาจจะรู้สึกตึงบริเวณดวงตานิดหน่อยขณะทำแค่นั้นเองค่ะ และระยะเวลาทั้งกระบวนการอยู่ที่ประมาณ 30-40 นาที ข้างละประมาณ 15-20 นาทีเท่านั้นเอง หลังจากทำเสร็จแพทย์จะปิดตาด้วยฝาครอบตาใส(Eye shield) และจะนัดมาทำความสะอาดดวงตาพร้อมกับวัดค่าสายตาในวันรุ่งขึ้น ซึ่งในวันรุ่งขึ้นก็จะสามารถมองเห็นคมชัดขึ้นค่ะ

CV : แล้วผลข้างเคียงจากการทำเลสิคมีอะไรบ้างคะ
พี่เก๋ : การทำเลสิกทั่วไปจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่นอาจจะมีอาการตาแห้งชั่วคราว หรืออาจมีแสงแตกกระจายในการมองเห็นตอนกลางคืนค่ะ แต่อย่างที่บอกนะคะว่าศูนย์คริสตัล เลสิก มอ.ได้นำนวัตกรรมเลสิกจากประเทศเยอรมนีซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความแม่นยำเข้ามาใช้ ซึ่งเป็นเครื่องรุ่น 4th  มีแห่งเดียวในภาคใต้นะคะ

โดยลำแสงมีขนาดเล็กพียง 0.95 มม.ด้วยอัตราความถี่ที่ 200 ครั้งต่อวินาที สามารถแก้ไขความผิดปกติของสายตาภายใน 4 วินาทีต่อ Diopter และมีโอกาสเกิดการซ้อนทับของตำแหน่งเลเซอร์เพียง 1 ต่อ 5 ซึ่งป้องกันไม่ให้อุณหภูมบริเวณที่ฉายแสงนั้นสูงขึ้น ไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียน้ำของเนื้อเยื่อตา อาการตาแห้งชั่วคราวก็จะมีน้อยลงค่ะและเครื่องฯของศูนย์ฯ Large True Optical Zone ครอบคลุมพื้นที่รับแสงของดวงตาตามพื้นที่จริงของแต่ละบุคคลทำให้การมองเห็นในเวลากลางคืนดีขึ้น อาการแสงแตกกระจายในตอนกลางคืนก็จะมีน้อยลงค่ะ และยังมี  Fast and Reliable Eye Tracker เป็นระบบการติดตามความเคลื่อนไหวของดวงตาขณะทำการรักษาซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาได้อีกด้วย สรุปก็คือที่ศูนย์ฯถ้าทำเลสิคที่ศูนย์ฯของเรา อาการตาแห้งชั่วคราว หรือแสงแตกกระจายในตอนกลางคืน จะมีผลข้างเคียงน้อยลงคะ

CV : หลังจากทำแล้วต้องพักฟื้นนานแค่ไหน จึงจะมองเห็นเป็นปกติคะ
พี่เก๋ : หากทำเลสิกวันนี้ วันรุ่งขึ้นก็สามารถมองเห็นได้คมชัดขึ้นเลย แต่หลังจากการทำเลสิกค่าสายตาอาจจะแกว่งอยู่สักระยะ ซึ่งจะทำให้การมองเห็นบางวันชัดบางวันไม่ชัดบ้าง ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะเป็นช่วงสัปดาห์แรก และหลังจากนั้นจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบาดแผลสมานดีขึ้น และค่าสายตาคงที่จะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนค่ะ ส่วนการพักฟื้นนั้น การทำเลสิคเป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่มีเลือดออก ระยะเวลาในการพักฟื้นเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้นเองค่ะ บางคนทำเลสิกวันนี้ วันรุ่งขึ้นมาเช็ดตาและวัดค่าสายตา พบแพทย์แล้วไปเรียนไปทำงานได้เลยก็มีค่ะ

CV : การทำเลสิกต่างจากการรักษาแบบอื่นยังงัยคะ
พี่เก๋ : การแก้ไขปัญหาภาวะสายตาผิดปกติจะสามารถแก้ไขได้หลายวิธีด้วยกัน คือ โดยการใส่แว่นตา ใส่คอนแทคเลนส์ หรือการทำเลสิกนะคะ ส่วนการแก้ไขโดยการทำเลสิกนั้น จะเป็นการแก้ไขหรือเป็นการรักษาแบบถาวรครั้งเดียวตลอดชีวิตค่ะ ทำให้ไม่ต้องรำคาญกับการใส่แว่นตา ไม่ต้องวุ่นวายกับการใส่คอนแทคเลนส์ ใช้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น เล่นกีฬา ว่ายน้ำ เล่นฟุตบอล ได้โดยไม่มีอุปสรรค บางคนก็ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพได้มากขึ้น และทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในระยะยาวกับการเปลี่ยนแว่นตา หรือค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์

CV : ผลตอบรับจากลูกค้าที่ใช้บริการเป็นอย่างไร
พี่เก๋ : คนไข้เลสิคส่วนใหญ่พึงพอใจอย่างมากกับผลการรักษาค่ะ เพราะที่ศูนย์คริสตัล เลสิก มอ.เน้นเรื่องความปลอดภัยและผลการรักษาคนไข้เป็นสำคัญ พร้อมกับบริการที่เป็นเลิศให้คำปรึกษาและดูแลใกล้ชิดในทุกขั้นตอนทั้งก่อนและหลังการรักษาค่ะ และคนไข้ส่วนใหญ่เมื่อทำเลสิกที่ศูนย์แล้วก็จะแนะนำบอกต่อมาอีกเยอะมากค่ะ

CV : มีปัญหาที่พบบ่อยในการรักษาบ้างมั้ยคะ
พี่เก๋ : ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบบ่อยที่สุด คือ คนไข้กลัว บางคนหน้าซีดเลยก่อนเข้าห้องผ่าตัด หรือบางคนกลัวจะเป็นอันตราย กลัวตาบอดจึงยังไม่ตัดสินใจทำ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดเพราะเลสิกไม่ทำให้ตาบอดแน่นอนค่ะ

CV : คิดว่าการทำเลสิคมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในปัจจุบันคะ
พี่เก๋ : พูดถึงความจำเป็นขึ้นอยู่กับตัวบุคคลค่ะ คนไข้จะต้องเป็นผู้ประเมินเอง เนื่องจากบางคนไม่ได้มีปัญหาในการใส่แว่นตา หรือไม่มีปัญหาในการใส่คอนแทคเลนส์ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องทำเลสิก แต่บางคนมีปัญหาในการใส่แว่นตา ใส่แล้วปวดหัว เสียบุคลิก แว่นตาเป็นอุปสรรคต่อการทำงานหรือใส่คอนแทคเลนส์แล้วแพ้ ตาแดง ระคายเคือง อย่างนี้ก็อาจจะมีความจำเป็นในเรื่องของการทำเลสิกค่ะ ยกตัวอย่าง มีคนไข้ที่ศูนย์ฯ บางคนค่าสายตาน้อยมากแต่ตัดสินใจทำเลสิก เนื่องจากไม่ชอบใส่แว่นตาเพราะต้องเล่นฟุตบอลทำให้ไม่สะดวกอะไรอย่างนี้เป็นต้นค่ะ

CV : ฝากอะไรถึงคนที่อยากจะทำเลสิกหน่อยค่ะ
พี่เก๋ : สำหรับคนที่สนใจเรื่องของการทำเลสิคนะคะ แต่อาจจะไม่มั่นใจหรือยังกังวลอยู่ อยากให้โทรเข้ามาปรึกษาหรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราดูก่อนนะคะ เพื่อที่จะได้รับข้อมูลความรู้ในการทำเลสิกได้มากขึ้นและถูกต้องขึ้นค่ะ ทางศูนย์ยินดีที่จะจัดส่งเอกสารและ CD เกี่ยวกับการทำเลสิกของศูนย์ให้ฟรีนะคะโดยโทรเข้ามาสอบถามที่ 074-451746 และ 074-263223-4 หรือแวะเข้ามาพูดคุยปรึกษากับเจ้าหน้าที่ ขอดูตัวเครื่อง Laser และชมศูนย์ของเราก่อน ทางเราก็ยินดีนะคะ ที่ชั้น 6  ตึกอุบัติเหตุ (อาคาร 100 ปี) โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เปิดบริการทุกวันคะ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็นไม่เว้นวันหยุดราชการค่ะ

แสดงความเห็นบทความนี้