สวัสดีครับ แฟน ๆ CityVariety ที่เคารพรักทุกท่าน วันนี้มาว่ากันต่อถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าของหลาย ๆ ร้านค่อย ๆ หายไปอย่างน่าเสียดาย เพราะกว่าจะเปิดร้านได้ก็เลือดตาแทบกระเด็น แต่พอทำ ๆ ไปกลับพบว่าลูกค้าไม่รู้หายไปไหนหมด ซึ่งสาเหตุเบสิคหนึ่งที่มักจะเป็นกับร้านที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งเรียนจบแล้วเปิดร้านเลย ก็คือ การเปิด ๆ ปิด ๆ ดังบทความก่อนหน้านี้ แต่ผมพบว่าอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งมักจะเป็นกับร้านที่เปิดมาซักพักแต่เจ้าของไม่ค่อยได้ดูแลเอง หรือเกิดจากหมู่ญาติเจ้าของที่มาช่วยดูแลร้านไม่ค่อยแคร์ลูกค้า ทำให้ลูกค้าค่อย ๆ หายไปหมด ซึ่งผมขอยกตัวอย่างประสบการณ์จริงที่ผมไปพบมาครับ
ร้านเย็นตาโฟไล่เด็ก
ตัวอย่างแรกเป็นร้านเย็นตาโฟแห่งหนึ่งในหาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันปิดร้านไปแล้ว พี่สาวของผมเคยพาลูกไปทานเย็นตาโฟที่ร้านนี้เป็นประจำ แต่วันนั้น ลูกสาวของพี่ซึ่งอายุ 6 ขวบบังเอิญเอาเท้าซึ่งถอดรองเท้าแล้วเหยียบบนเก้าอี้ เท่านั้นแหล่ะ น่าจะเป็นเมียหรือญาติเจ้าของร้านมาต่อว่าอย่างไม่มีชิ้นดี และทำหน้าเหม็นด้วย ตั้งแต่นั้นมา พี่สาวและครอบครัวพี่สาวไม่เคยไปกินที่ร้านนั้นอีกเลย ซึ่งผลพลอยเสียไม่ใช่แค่นั้น ตัวผมเองซึ่งเคยชอบไปกินร้านนั้น แต่ก็เคยเห็นมารยาทที่ไม่ดีของเจ๊ที่อยู่ร้านก็พลอยไม่อยากไปกินด้วยเหมือนกัน และเข้าใจว่าพฤติกรรมนี้ก็คงจะเป็นอย่างคงเส้นคงวากับลูกค้าอื่น ๆ ด้วย ในที่สุดไม่เกิน 2 เดือนหลังจากเหตุการณ์นั้น ร้านนี้ก็ปิดตัวไปอย่างไม่รู้ว่าจะรู้ตัวว่าเพราะอะไรหรือเปล่าครับ
เด็กร้านขายกล้องปล่อยลูกค้าซื้อของเอง
ตัวอย่างนี้ ผมเจอเองที่ร้านขายกล้องและอุปกรณ์แห่งหนึ่งในหาดใหญ่ วันนั้นผมเดินเข้าไปซื้อกระเป๋ากล้องและเจอกับพนักงานสองคนกำลังนั่งใช้คอมพิวเตอร์แต่แทบไม่มีใครสนใจผม ผมต้องเดินหาเองแต่ไม่เจอจนต้องถามว่ากระเป๋ากล้องอยู่ที่ไหน เด็กก็ชี้ให้เห็นและบอกว่าพี่ต้องลองใส่กล้องในกระเป๋าเอง ไม่งั้นเดี๋ยวไม่ลงตัว แล้วพนักงานคนนั้นก็ยังคงนั่งพิมพ์งานคอมฯต่อ (ไม่แน่ใจว่างานแน่หรือเปล่า) ผมต้องก้ม ๆ เงย ๆ ลองกระเป๋าหลายใบก็ยังไม่ได้ และมีใบหนึ่งต้องเหยียบเก้าอี้ขึ้นไปจึงต้องเดินไปขออนุญาตเหยียบ ในใจก็คิดว่าร้านนี้คงเป็นแบบ self service แน่เลย และนึกตำหนิเล็ก ๆ
ซักพัก มีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามา ท่าทางน่าจะเป็นหัวหน้าหรือเจ้าของร้านและถามว่าต้องการอะไรค่ะ เมื่อรู้แล้วก็บอกว่าอ๋อ กระเป๋ากล้องที่ต้องการอยู่อีกฟากนึง (โธ่ แล้วปล่อยให้เราหา) แล้วกุลีกุจอไปหยิบกระเป๋าพร้อมกับเอากล้องของผมไปทดลองใส่ก็ปรากฎว่าใส่พอดี และผมก็บอกว่าเอาการ์ดเมมเมอรี่ด้วย ผู้หญิงคนดังกล่าวก็สั่งให้พนักงานที่นั่งใช้คอมฯอยู่ไปเอา และบอกว่าราคา 910 บาท ผู้หญิงหัวหน้าก็บอกว่าเอ ไม่น่าจะใช่ น่าจะพันกว่าบาท พร้อมกับเอาสมุดราคามาดู ก็พบว่าเป็นราคา 1120 บาท ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่นึกอย่างเดียวว่าถ้าผมมีลูกน้องอย่างนี้ ร้านเจ๊งแน่ครับ
พนักงานธนาคารนินทาลูกค้า
อีกตัวอย่างผมไปเจอที่ธนาคารแห่งหนึ่ง แม้ว่าจะมีการปรับปรุงรูปโฉมให้ดีขึ้น แต่ไส้ในเหมือนเดิมคือมีพนักงานธนาคารที่มีอัธยาศัยคงเส้นคงวาที่ทำตัวเหมือนคุณนายหรือเจ้าของธนาคาร ผมเจอไปสองดอก(สองครั้ง) แล้วตั้งใจอีกเลยว่าไม่จำเป็นจะไม่ไปเหยียบที่ธนาคารนั้นอีก เรื่องก็มีว่าครั้งแรกผมเอาเช็คต่างจังหวัดไปเข้า เป็นเช็คของอบต.ที่มีถึงสี่ลายเซ็นต์ แล้วพนักงานแบงค์คนนั้นก็ดูเช็คกลับไปกลับมา และบ่นว่าลายเซ็นต์ที่สี่ไม่เหมือนในเครื่อง ซักพักก็หันไปถามเชิงบ่นกับเพื่อนพนักงานข้าง ๆ ว่าลายเซ็นต์ไม่เหมือนในเครื่องเลย เพื่อนก็มองหางตาแต่ก็ทำพยักหน้าและไม่สนใจจนกระทั่งพนักงานแบงค์อีกคนซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าบังเอิญเดินเข้ามา สาวแบงค์คนนั้นจึงถาม และหัวหน้าก็บอกว่าก็ไม่เป็นไรเพราะเช็คเข้าบัญชีบริษัท (ไม่ใช่เบิกเงินสด) พนักงานคนนั้นก็บ่นอีกว่าก็เข้าบัญชีบริษัทจริงแต่ก็จะเบิกเงินสดออกจากบัญชีเลย แต่ในที่สุดผมก็ได้เบิก รวมเวลาที่ยืนบนเคาน์เตอร์ประมาณยี่สิบนาที เหลือเชื่อว่ายี่สิบนาที ซึ่งผมก็มองว่าก็จริงอยู่ที่จะต้องตรวจสอบลายเซนต์ให้ดี แต่ก็ไม่ควรใช้เวลามากขนาดนั้น หากไม่ได้ก็บอกไม่ได้ให้ชัดไปเลย และที่สำคัญควรพูดจาให้เกียรติลูกค้าที่มาธนาคารครับ
ส่วนครั้งที่สอง ไม่ได้เกิดกับผมโดยตรงแต่เกิดกับลูกค้าผู้ชายอีกคนที่บังเอิญซวยมาเจอพนักงานสาวคนเดิม พนักงานคนนั้นก็บ่นว่าลายเซ็นต์ที่เบิกไม่เหมือนกัน แล้วให้เซ็นต์ใหม่ ลูกค้าผู้ชายก็เซ็นต์อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เหมือน คราวนี้สีหน้าของพนักงานคนนั้นทำหน้าเหมือนอาจารย์ที่ลูกศิษย์ทำการบ้านผิด และเริ่มขึ้นเสียงพร้อมให้ดูว่าลายเซ็นต์ไม่เหมือนกัน จนกระทั่งแฟนลูกค้าผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาและพูดว่า อ้าว ก็เอาบัตรประชาชนมาทำไมจะเบิกไม่ได้ และเจ้าตัวก็มาเอง เถียงกันซักพักใหญ่ ผู้หญิงที่เป็นแฟนเจ้าของบัญชีจึงบอกว่างั้นถ้าปิดบัญชีจะถอนเงินได้เลยมั๊ย พนักงานแบงค์คนนั้นจึงชี้ไปเคาน์เตอร์ให้ปิดบัญชี แต่ที่แสบไปกว่านั้น เมื่อสองสามีภรรยาเดินออกไป พนักงานแบงค์คนนี้ก็มาคุยกับเพื่อนข้าง ๆ (นินทา) ว่าปิดบัญชีไปเลยก็ดี ปัญหามาก โดยไม่สนใจว่าผมก็กำลังยืนได้ยินอยู่
เห็นมั๊ยครับ แสบ ๆ ทั้งนั้น แล้วอย่างนี้ธนาคารนั้นจะเจริญเติบโตได้ยังไง และดูเหมือนพนักงานคนอื่น ๆ ก็พอ ๆ กัน ผู้บริหารแบงค์ก็คงงงว่า เอ๊ะ ทำไมลูกค้าหายไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับร้านจำนวนมากที่เจ้าของที่ไม่เอาใจใส่การให้บริการของพนักงานของก็งงว่าลูกค้าหายไปไหนหมดครับ
------------กฤตโชค ชัยพัฒนาการ ----------Krichoak@yahoo.com Web Director of CityVariety.com
|