สวัสดีครับ แฟน ๆ CityVariety ที่เคารพรักทุกท่าน ยิ่งนานยิ่งได้สังเกตร้านค้าต่าง ๆ แล้วยิ่งมั่นใจว่าทำยังไงถึงรอด และทำยังไงถึงเจ๊ง ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อซักสามสิบปีก่อน อัตราการประสบความสำเร็จทางธุรกิจสูงกว่าเดี๋ยวนี้มาก เช่น หากทำธุรกิจซัก 100 ธุรกิจ จะอยู่รอดซักแปดสิบ แต่เจ๊งซักยี่สิบ แต่เดี๋ยวนี้หากทำธุรกิจใหม่จะอยู่รอดซักยี่สิบ แต่เจ๊งกลับกันคือแปดสิบ ซึ่งตัวเลขอาจไม่ใช่อย่างนี้ชัดเจนแต่ผมเปรียบเทียบให้เห็นภาพ
สาเหตุที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เดี๋ยวนี้ประสบความสำเร็จได้ยากที่แตกต่างจากอดีตก็คือ การแข่งขันสูง โดยหากเราเลือกทำธุรกิจที่ทำไม่ยาก ก็มักจะมีคู่แข่งอยู่เต็มแล้ว และหากทำธุรกิจใหม่ ๆ ทำไม่ดี ลูกค้าไม่มีก็เจ๊ง แต่หากลูกค้ามีเยอะก็จะเริ่มมีคู่แข่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ยอดขายเดิมก็ต้องถูกแบ่งให้คู่แข่งมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่มีสายป่านยาวและมีคุณภาพ ความแตกต่าง ราคาสมเหตุสมผลจึงจะอยู่ได้
แต่ที่ผมเห็นแล้วมีสาเหตุสองสามอย่างที่ทำให้ธุรกิจมียอดขายลดลงหรือเจ๊งอย่างน่าเสียดาย นั่นคือ เปิด ๆ ปิด ๆ การไม่ใส่ใจลูกค้า และสุดท้ายคือ ไม่ละเมียดละไม ครับ
เปิด ๆ ปิด ๆ
เมื่อสองสามปีก่อน มีนักศึกษาคู่หนึ่งเพิ่งเรียนจบแล้วมาเช่าบ้านข้างบ้านผมอยู่เปิดร้านขายไอศครีม ดูแล้วก็คงเหมือนคนจำนวนมากที่คิดแบบไอเดียลิสติก (โลกสวยงามเพ้อฝันไปหมด) ว่าขอเงินพ่อแม่มาลงทุนเปิดกิจการเล็ก ๆ แล้วจะได้เลี้ยงดูตัวเองได้และจะรวยได้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีประสบการณ์หรือความรู้ การศึกษาธุรกิจมาก่อนเลย อย่างน้องสองคนนี้เริ่มจากซื้อตู้แช่ไอศครีมยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งแล้วซื้อโต๊ะมาห้าหกตัว มีป้ายเรียบร้อย ซึ่งผมก็เอาใจช่วยอยากให้ธุรกิจไปรอดและเคยแนะนำไปหลายอย่างแต่ก็ดูเหมือนไม่ค่อยสนใจนัก
หลายครั้งผมเห็นว่ามีเด็กสองสามคนจะเดินมาและมักซื้อไอศครีมโคนไปกิน เป็นอย่างนี้เกือบทั้งวัน ผมก็จะรู้สึกดีว่าจะได้อยู่รอดได้ ลูกของผมก็จะได้มีไอศครีมทานข้างบ้านง่าย ๆ แต่จนแล้วจนรอด เพียงสองสามเดือนร้านนี้ก็ต้องปิดตัวไปอย่างน่าเสียดาย พบว่าสาเหตุหนึ่งก็น่ามาจากเรื่องไม่เป็นเรื่องก็คือการปิด ๆ เปิด ๆ ไม่แน่นอน เพราะนักศึกษาคู่นี้มักจะปิดร้านเป็นประจำ เช้าก็เปิดไม่แน่นอน หลายครั้งที่เด็ก ๆ เดินมาจะซื้อไอศครีมแล้วเห็นว่าร้านปิดจึงไม่ได้ซื้อ แล้วคิดดูสิครับว่า หากเป็นคุณ ไปที่ร้านไหนแล้วร้านปิดซักครั้งก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว หากไปครั้งที่สองไปเจอร้านปิดอีกก็คงไม่อยากไปแล้ว ผมให้เต็มที่สามครั้งลูกค้านั้นก็คงไม่ไปอีกเลย
เรื่องที่จะต้องเปิดตลอดให้ชัดเจนหรือเขียนติดให้ชัดว่าปิดวันไหนเป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ประกอบการหลายคนมองข้าม คิดว่าตัวเองมีเหตุผล อย่างน้องสองคนก็มักจะบอกว่ากลับบ้านบ้าง ไปเที่ยวบ้าน ไปเยี่ยมพ่อแม่บ้าง จริง ๆ แล้วผมก็มองว่าอย่างน้อยที่สุดก็ต้องติดป้ายระบุวันปิดให้แน่นอนว่าเป็นวันอะไร ลูกค้าเค้าไม่ไปรู้เหตุผลอะไรหรอก
ตามห้างหรือศูนย์อาหารดัง ๆ จะไม่ปิดร้าน
ยิ่งเมื่อไปดูร้านค้าตามห้างต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าแทบจะไม่มีวันปิดร้านเลย ลูกพี่ลูกน้องผมที่เช่าที่เปิดร้านในห้างเซ็นทรัลที่เชียงใหม่บอกว่าถ้าวันไหนปิดร้านจะต้องเสียค่าปรับวันละหนึ่งพันบาท ทำให้เห็นว่าผู้บริหารห้างฯ มองว่าการเปิดร้านตลอดเป็นเรื่องใหญ่มากจึงเรียกค่าปรับแพง ๆ
ส่วนพวกศูนย์อาหารหรือฟู้ดเซ็นเตอร์ก็เหมือนกัน หากผู้ดูแลไม่ตั้งกฏให้เข้มงวด ปล่อยให้แต่ละร้านหยุดตามใจชอบ ไม่นานฟู้ดเซ็นเตอร์นั้นก็อยู่ไม่รอดเหมือนกัน
เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นเจ้าของร้าน กฏข้อแรกของการทำธุรกิจไม่ให้เจ๊งก็คือ อย่าปิด ๆ เปิด ๆ ครับ ส่วนกฏข้ออื่น ๆ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ขอให้ธุรกิจของคุณเจริญรุ่งเรืองครับ
------กฤตโชค ชัยพัฒนาการ kritchoak@yahoo.com Web Director of CityVariety.com------ |