ทำอย่างไรให้ลูกเก่งเลขแบบสบาย ๆ
สวัสดีครับแฟน ๆ CityVariety ที่เคารพทุกท่าน ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยแทนผู้ปกครองหลายท่านที่ลุ้นลูกที่กำลังสอบเข้าเรียนต่อระดับต่าง ๆ และนับวันการสอบเข้าเรียนต่อก็ยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจำนวนเด็กมากขึ้นแต่ห้องเรียนยังเท่าเดิมหรือเพิ่มนิดหน่อย และใคร ๆ ก็อยากเข้าโรงเรียนดีดีทั้งนั้นเพื่อให้ลูกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งผมมองว่าวิชาเลขเป็นวิชาที่มีผลต่อการสอบมาก ครั้งนี้ผมจึงมีเคล็ดลับที่เชื่อว่าได้ผลและผ่านการทดสอบแล้วกับลูกตัวเองมาฝากครับ
ทำไมจึงต้องเก่งเลข
มีพี่คนหนึ่งเอาผลสอบในชั้นเรียนของลูกมาให้ผมดูว่าได้เกรดสามกว่าและกำลังจะสอบเข้าม.4 โรงเรียนชั้นนำแห่งหนึ่งของหาดใหญ่ แต่ผมก็บอกว่าอย่าได้ชะล่าใจ เพราะเท่าที่ดูแล้วผลการสอบของน้องที่โรงเรียนถึงแม้จะเหมือนกับได้เยอะแต่เกรดของวิชาคณิตศาสตร์และอังกฤษได้แค่เกรด 3 มาหลายเทอม และในอดีต ลูกของเค้าก็เคยสอบพลาดระดับม.1 มาแล้ว ผมจึงแนะนำว่าถ้าต้องการให้น้องสอบเข้าสายวิทย์หรือมองข้ามช็อตไปเรื่องของการเอ็นทรานซ์สายวิทย์ เช่น วิศว แพทย์ ฯลฯ แล้ววิชาหลัก ๆ ที่เป็นธงนำในการสอบ และมีสัดส่วนคะแนนสูงก็คือคณิตศาสตร์และอังกฤษ ซึ่งผู้ชายจะได้เปรียบวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนผู้หญิงมักจะได้เปรียบภาษาอังกฤษ
เมื่อพูดถึงสองวิชานี้บางคนอาจเถียงว่าวิชาภาษาไทย และสังคมก็สำคัญ บางคนก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็เพราะสองวิชานี้ ซึ่งตอบได้ว่าจริงบ้าง แต่ล่าสุด มีบางมหาวิทยาลัยพบว่านักศึกษาจำนวนมากที่เรียนวิศวหรือแพทย์ไม่ไหวเพราะพื้นฐานเลขและอังกฤษอ่อน ดังนั้น จึงยิ่งมีแนวโน้มการเพิ่มสัดส่วนคะแนนของทั้งสองวิชานี้ ซึ่งสำหรับผมแล้วคิดว่า วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สามารถทำให้เก่งขึ้นได้ไม่ยากแค่เข้าใจและมีเทคนิคนิดหน่อย
ทำไมทำโจทย์เลขในห้องสอบไม่ค่อยได้
เริ่มจากต้องเริ่มเข้าใจว่าทำไมเด็กส่วนใหญ่ที่ขยันแต่ไม่เก่งเลขมักจะงงว่าได้อ่านหนังสือก็แล้ว ทำความเข้าใจก็แล้ว แบบฝึกหัดก็ทำแล้ว แต่ยังทำข้อสอบไม่ค่อยได้ ยิ่งถ้าเป็นข้อสอบเข้าโรงเรียนต่าง ๆ ยิ่งทำไม่ได้ใหญ่ ตอบได้ว่าก็เพราะที่ได้อ่านหนังสือหรือทำแบบฝึกหัดนั้นเป็นเพียงการทำโจทย์แบบง่าย ๆ แต่โจทย์ในห้องสอบจะยากอีกระดับหนึ่ง ยิ่งหลายคนแทบไม่ทำโจทย์เลย มีแต่อ่านทำความเข้าใจ ก็เปรียบเหมือนอ่านคู่มือการขับรถแต่ไม่เคยลองขับรถจริง เป็นอย่างนี้ทำยังไงก็ทำโจทย์ในห้องสอบไม่ได้ซักที
หลักสี่ข้อให้เก่งเลข
จากประสบการณ์และการสังเกตคนเก่ง ๆ ผมฟันธงเลยว่าถ้าจะให้เก่งเลขมีสี่ข้อครับคือ
หนึ่ง ต้องฝึกทำโจทย์ที่มีความยากเท่าระดับข้อสอบ
สอง ต้องขยันอย่างต่อเนื่องทุกวัน
สาม ต้องฝึกให้ไม่เผลอเรอ
สี่ ต้องฝึกข้ามข้อยาก
มหัศจรรย์ทำโจทย์แค่วันละสามข้อ
เมื่อพูดถึงความขยันอย่างต่อเนื่องแล้ว ตัวผมเองได้ทดลองกับลูกของผมเองที่อยู่ชั้นป.3 โดยก่อนหน้านี้ผมมีสอนให้ทำโจทย์ง่าย ๆ มาตลอดตั้งแต่จำความแล้ว และก็ไม่ได้จริงจังอะไร ทำบ้างไม่ทำบ้าง ส่วนใหญ่ให้ทำนิดหน่อยเวลาจะสอบ แต่พอเทอมที่ผ่านมา ผมได้หาคู่มือสอบแข่งขัน สสวท. ซึ่งเรียกว่ายากระดับเทพมาให้ลูกลองทำดู และให้ทำแค่วันละสามถึงห้าข้อทุกวัน ซึ่งก็จะใช้เวลาทำไม่นานประมาณซักสิบห้านาทีต่อวัน โดยผมอยู่เป็นเพื่อนและสอนให้เวลาทำไม่ได้ (ตรงนี้เน้นว่าสำคัญมาก ไม่งั้นเด็กไม่ค่อยยอมทำ) วันดีคืนดีก็นึกเล่น ๆ ถามลูกว่าถ้าทำโจทย์วันละสามข้อ ปีหนึ่งจะทำได้กี่ข้อ ก็ปรากฏว่าเหลือเชื่อว่าจะทำโจทย์ได้ถึงปีละพันกว่าข้อ ซึ่งคู่มือเล่มหนา ๆ ของสสวท.มีโจทย์แค่เจ็ดร้อยกว่าข้อ ! แสดงว่าถ้าทำอย่างต่อเนื่องทั้งปี ลูกของผมจะทำโจทย์ได้ทั้งเล่มสบาย ๆ
ฝึกข้ามข้อยาก
นอกจาก ปัญหาการไม่หมั่นทำโจทย์แล้ว ผมพบว่ามีปัญหาที่เกิดกับหลายคนที่ทำโจทย์เวลาสอบไม่ได้ก็คือ ไม่กล้าข้ามข้อยาก ทำให้ทำข้อสอบไม่ทัน ไม่เชื่อลองถามดูคนที่สอบไม่ค่อยได้คะแนนดีหรือสอบเข้าโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ได้ว่า ส่วนใหญ่จะบอกว่าทำข้อสอบไม่ทัน เหลือข้อสอบข้อหลัง ๆ เพียบเลย ซึ่งผมพบว่าส่วนใหญ่ข้อสอบง่าย ๆ จะอยู่กลางค่อนไปหลัง เพราะฉะนั้นเด็กที่ไม่กล้าข้ามข้อยากก็จะเสียเวลากับข้อยากจนไม่ทำข้อง่าย ซึ่งการแก้ปัญหาง่ายนิดเดียวตรงที่หากหมั่นทำโจทย์ก็หมั่นหัดข้ามข้อยากในคู่มือแล้วกลับมาทำใหม่ครับ
ผลลัพธ์แค่เทอมเดียวก็เห็นผล
และจากความพยายามแค่ไม่กี่เดือนครับ ขนาดทำบ้างไม่ทำบ้าง ปรากฎว่าลูกของผมสอบได้ที่สิบจากสองพันห้าร้อยกว่าคนในการสอบข้อสอบคณิตศาสตร์ในเครือซาเลเซียนซึ่งมีโรงเรียนกว่าสิบแห่งทั่วประเทศ ตัวเค้าเลยยิ่งน่าจะชอบเลขขึ้นไป เรียกได้ว่าเหมือนว่าวเริ่มติดลมบน พอเค้ามีความสำเร็จแม้เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ทำให้สร้างความมั่นใจได้เยอะ
ข้อเตือนใจอย่าประมาท
แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ผมพบว่าหลังจากที่เค้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเก่งกลับทำให้เค้าเริ่มประมาท โดยผมสังเกตเห็นเค้าคิดบวกคูณเลขง่าย ๆ ผิดอย่างไม่น่าจะผิด ผมจึงเตือนอย่างเอาจริงว่า ตรงนี่แหล่ะจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คนจะเก่งกลายเป็นคนอ่อนลงเพราะความประมาทนึกว่าตัวเองเก่งแล้วจึงไม่ใส่ใจในเรื่องง่าย ๆ และวิชาเลขนี่น่าเสียดายที่หากเรารู้วิธีทำจริง แต่เกิดสะเพร่าบวกลบผิดนิดเดียวก็ผิดทั้งข้อแล้ว ต่อมาหากเค้าคิดเลขผิดแบบสะเพร่าง่าย ๆ ผมก็จะให้เลือกว่าสามทีจะให้ตีมือหรือวิดพื้น เค้าก็เลือกวิดพื้น (ซึ่งผมก็คิดอยู่แล้ว ฮา) แต่ท่านผู้อ่านอย่าคิดว่าผมเป็นคนเว่อร์หรือซีเรียสน่ะครับ เพราะเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้ดุอะไรมาก เพียงแต่ย้ำให้เค้าเห็นว่าจะน่าเสียดายมากถ้าเค้าประมาท
ผลลัพธ์เกินคาด
และแล้ว ผลสอบวิชาคณิตศาสตร์ก็เป็นไปดังที่คิดไว้ส่วนตัว โดยก็ไม่ได้ตั้งเป้าอย่างไรให้ลูกเครียด จากเทอมก่อน ๆ ที่ได้คะแนน 87 บ้าง 93 บ้างเต็มร้อย เพิ่มมาเป็น 99 เต็มร้อย ก็พิสูจน์ได้ระดับหนึ่งแล้วว่าด้วยการทำโจทย์อย่างต่อเนื่องและมีสติไม่ประมาทกับข้อง่าย ๆ ก็จะทำให้เค้าเก่งเลขมากขึ้นโดยทั้งหมดนี้เรียกว่าเรียนแบบสบาย ๆ ไม่เครียด และผมเชื่อว่าใครที่ทำอย่างนี้ได้ก็จะเก่งมากขึ้นและเวลาจะสอบเข้าที่ไหนจะได้ไม่กังวลมากครับ ลองดูน่ะครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
กฤตโชค ชัยพัฒนาการ Kritchoak@yahoo.com Web Director of CityVariety.com |