| |
|
 |
| |
| City Talk |
 |
 |
 |
| |
165,970 ครั้ง จาก 119 บทความ
ตั้งแต่วันที่ 04/09/2549 |
|
 |
|
 |
|
| cityzone | |
|
|
|
|
|
| varietyzone | |
|
|
|
|
|
| entertainment | |
|
Community Zone
|
| |
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
 |
ห้ามโฆษณาเหล้า พอรึยัง ?
|
|
 |
|
|
|
|
วันนี้ ต้องขอแทรกเรื่องเหล้าก่อนที่ผมจะขอว่าต่อเรื่องการศึกษาน่ะครับ เพราะรู้สึกว่าหัวข้อนี้เป็น Talk of the town ในขณะนี้จริง ๆ และก่อนจะเข้าสู่หัวข้อ ผมขอแสดงความยินดีต่อท่านสมพร ใช้บางยาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นครับ ใครที่อยู่ในจังหวัดสงขลาหรือรู้จักกับท่าน คงจะเห็นด้วยกับผมที่ฟ้ามีตาที่เห็นความเก่งและความทุ่มเทในการทำงานของท่านมาตลอด
ผมยังจำได้ถึงพระคุณของท่านเมื่อประมาณต้นปี 2548 ที่ผมเป็นประธานจัดอบรมคณะกรรมการสโมสรโรตารี ภาค 3330 ที่มีคนเข้าร่วมกว่าหกร้อยคน และเกิดติดปัญหาขาดรถรับส่งสนามบิน และได้ท่านสมพรนี่แหล่ะครับ ที่โทรโดยตรงมาถึงผมอย่างได้จังหวะพอดี โดยใช้คำว่า พี่กับน้อง ตลอดการพูดโทรศัพท์ และจัดหารถหกคันได้ภายในวันเดียว พระคุณนี้ไม่ขอลืมครับ
ความเห็นเรื่องห้ามโฆษณาเหล้าจากคุณ force fire
กลับมาสู่หัวข้อที่จั่วไว้วันนี้เกี่ยวกับความเห็นเรื่องการห้ามโฆษณาเหล้าครับ มีผู้ใหญ่และเพื่อนหลายคนทีเดียวที่ถกถึงประเด็นนี้ ซึ่งคุณ force fire ที่ส่งบทความที่ลงเมื่อครั้งก่อนก็ได้ส่งอีเมล์มาหาผมเพื่อแสดงความเห็นนี้เช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้ ผมขออนุญาตสรุปประเด็นแทนที่จะเอาบทความทั้งหมดลงน่ะครับ เพราะเดี๋ยวแฟน ๆ CityVariety จะหาว่าผมขี้เกียจโดยการก๊อปปี้บทความคนอื่นมาลงซะหมด
ทั้งนี้ สรุปได้ว่าคุณ force fire เห็นด้วยกับการห้ามโฆษณาเหล้าเพราะดูแล้วผลดีมีมากกว่าผลเสีย ผลเสียก็คือรัฐบาลเสียรายได้ทางภาษี และเอเยนซี่โฆษณา ร้านอาหาร สาวเชียเบียร์ก็จะเสียรายได้ แต่ผลดีก็คือ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจากอุบัติเหตุดื่มสุรา โดยประมาณกันว่าเทศกาลหนึ่ง ๆ จะมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 คน และผู้บาดเจ็บพิการกว่าเป็นหมื่น มากกว่ามีสงครามกลางเมืองซะอีก รวมทั้งลดปัญหาอาชญากรรม การปล้น ข่มขืนที่เป็นผลจากากรดื่มสุรา
และมาถึงวันนี้ไม่ใช่จุดที่จะมาคิดว่า ได้ คุ้มเสียหรือไม่ แต่เราเสียมามากพอแล้ว แล้วมาตรการที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ไม่เพียงพอ คนไทยยังมีค่านิยมในการดื่มสุรากันมาก โดยมีนักดื่มหน้าใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ จากการชมโฆษณา แม้ว่าที่ผ่านมาจะห้ามโฆษณาเหล้าก่อนสี่ทุ่มและปรับเนื้อหาของให้เป็นโฆษณาเพื่อสังคมนี่ ยิ่งแล้วไปใหญ่ ยิ่งทำให้เหล้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของการยิ่งดื่ม
วิธีที่ดีก็คือการห้ามโฆษณาเด็ดขาดและหากสามารถปรับภาพการดื่มเหล้าให้ลงเท่าบุหรี่ได้ยิ่งดี เพราะมาตรการที่เกี่ยวกับบุหรี่ทำให้การสูบบุหรี่ลดลงอย่างมาก และพยายามสร้างภาพของการสังสรรค์ว่าไม่จำเป็นต้องดื่มเหล้า ดังจะเห็นได้ว่าคนใต้ คนหาดใหญ่ ได้แค่ดื่มน้ำชาก็ได้บรรยากาศแล้ว
ความเห็นคนที่ค้านห้ามโฆษณาเหล้า
อย่างไรก็ตาม มีผู้ใหญ่บางท่านให้ความเห็นว่าการห้ามโฆษณาเหล้าไม่มีผลต่อการลดการดื่มเหล้าหรอก ยิ่งทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ก็จะมีปัญหาไม่มีใครเป็นสปอนเซอร์ และถ้าเด็กอยากจะกินเหล้าซะอย่างก็ให้ผู้ใหญ่เป็นคนซื้อให้กินก็ได้ และมองอีกมุม ยิ่งทำให้เหล้าดูเป็นของมีค่า ใครได้กินก็จะรู้สึกดีกว่าสมัยก่อนซะอีก และคราวนี้แหล่ะ พวกเหล้าเถื่อน เหล้าขาว ยิ่งขายดีเพราะไม่มีเหล้ามียี่ห้อมาโฆษณา
ความเห็นของผม
เอาหล่ะครับ มาถึงความเห็นของผมบ้าง ผมขอแบ่งประเด็นเรื่องเหล้าเป็น 2 ประเด็นย่อยก็คือ ประเด็นที่ว่าเหล้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีรึเปล่า เหล้าเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุหรืออาชญากรรมรึเปล่า ซึ่งประเด็นนี้ผมเชื่อว่าคนทั่วไปคงจะเห็นด้วยว่าใช่ และส่วนตัวผมยิ่งเห็นด้วย เพราะแทบทุกปีที่จะมีเด็กนักศึกษาปีหนึ่งปีสองตายกันเป็นประจำหลังจากที่ไปกินเหล้า โดยขี่รถแล้วไปชนเสาไฟฟ้าบ้าง ชนคนอื่นตายบ้าง
ส่วนประเด็นที่สองก็คือ แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อเหล้าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยซะแล้ว ซึ่งเชื่อว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนก็คิดอยากลดปัญหาจากการดื่มเหล้ากันแทบทุกคนเพียงแต่คิดกันไม่ครอบคลุมทั้งหมดเท่านั้น
ที่ว่าครอบคลุมนั้น ผมอยากให้ทุกท่านนึกภาพประเด็นเรื่องเหล้าเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำครับ ช่วงต้นน้ำก็คือ การผลิตและการโฆษณาเหล้า นั่นก็คือ กระทรวงสาธารณสุขพยายามเรื่องของปัญหาผลเสียจากการดื่มเหล้าโดยการออกกฎหมายที่เข้มงวดที่สุดในโลกคือการห้ามโฆษณาผ่านสื่อทุกชนิด แต่ผมมองว่าทำไมกระทรวงถึงไม่ได้ครอบคลุมไปถึงความเข้มงวดในการผลิตเหล้าครับ เพราะปัจจุบัน เหล้าเถื่อน เหล้าขาว บางแห่งร้ายกาจมากมีการผสมยาต่าง ๆ ลงไป ทำให้เมาหนักและเสียสุขภาพอย่างมหันต์
กลางน้ำในที่นี้ก็ได้แก่ การจำหน่ายเหล้าและสถานที่กินเหล้าครับ อย่างก่อนหน้านี้ มีกฏหมายห้ามจำหน่ายสุราให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี กระทรวงสาธารณสุขก็จะเปลี่ยนเป็นอายุ 25 ปี ซึ่งประเด็นนี้ผมขอแย้งนิดนึงครับว่า ถ้าให้สวยน่าจะลงตัวที่ 21 ปี เพราะเป็นช่วงที่เด็กเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว น่าจะมีวุฒิภาวะในการพิจารณาถูกผิดแล้ว และอีกอย่างหนึ่งก็คือ ควรจะควบคุมร้านค้าหรือสถานที่จำหน่ายเหล้าให้เข้มงวดขึ้น ดังจะเห็นได้ว่า ทางเข้ามหาวิทยาลัยบางแห่งเปิดร้านขายเหล้า ผับบาร์กันอย่างเอิกเกริกเถิดเทิง สอบเสร็จเมื่อไหร่เมากันแหลกราญ รวมทั้ง สถานที่กินเหล้าควรจะมิดชิดไม่ใช่ตั้งวงกินกันหน้าบ้าน ซึ่งมองได้ว่าเป็นการโฆษณาแฝงอย่างหนึ่งให้คนอื่นอยากกินบ้าง และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือเป็นสาเหตุของเหตุอาชญากรรมข่มขืนผู้หญิงที่ผ่านไปมาด้วย
ส่วนปลายน้ำ ก็คือ หลังดื่มเหล้าแล้วเป็นไง ถ้าเมาแล้วหลับก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเมาแล้วทำผิดกฏหมายโดยขับรถหรือไปสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น ตรงนี้ไงครับที่บ้านเรายังอ่อนอยู่ ทั้ง ๆ ที่จะเห็นได้ว่ามีการตั้งด่านตรวจจับกันมากมาย แต่บทลงโทษก็ไม่หนักจนทำให้คนขยาดเหมือนเมืองนอกที่เค้าเจริญแล้ว เค้าเอาเรื่องกันมาก แม้ว่าจะยังไม่ขับรถไปชนใครก็ตาม แต่เค้าเชื่อว่า คนที่เมาเหล้ามีโอกาสจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมาก
ดังนั้น ผมจึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาถึง 3 ขั้นตอนที่ว่านี้ เพื่อควบคุมการดื่มเหล้าให้ได้ผลชงัดที่สุด และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ยังไงยังไงผมก็ยังมีความเชื่อว่า การศึกษาจะทำให้คนมีสติรู้จักยับยั้งการดื่มเหล้าแบบทุกเทศกาล ทุกงานรื่นเริง แต่ก็มีข้อแม้น่ะครับ ว่าการศึกษาไม่ได้หมายถึงการสอนในห้องเรียนเท่านั้น ซึ่งจะได้ว่ากันต่อถึงครั้งหน้าครับ
-------------------Kritchoak@yahoo.com----Director of CityVariety.com------ (หากส่งอีเมล์ไป กรุณาตั้งชื่อหัวข้อว่า CityTalk น่ะครับ จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าเป็นสแปมเมล์)
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|