ในประเทศไทย มีไม่กี่คนที่ผมชอบแนวความคิดและยกย่องท่านเป็นพิเศษ อยากจะฟังปาฐกถาหรือพูดคุยด้วย หนึ่งในนั้นคือ ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ที่เป็นคอลัมนิสต์ "เปิดฟ้าส่องโลก" ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และล่าสุดได้เป็นสว.ที่ชาวกรุงเทพให้คะแนนสูงสุด
และบังเอิญที่ผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐจึงทราบว่าท่านจะมาปาฐกถาที่สงขลา เมื่อวันศุกร์ที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา หัวข้อเรื่อง "การพัฒนาทักษะการสื่อสารสากล" ณ อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตภาคใต้ อ.เมือง จ.สงขลา จึงได้ไปร่วมฟังอีกคน
และก็ไม่ผิดหวังครับ เวลาสองชั่วโมงเหมือนกับเวลาเพียงสิบนาที เพราะเนื้อหาอัดแน่นเต็มไปด้วยสาระที่น่ารู้และไม่เคยได้ยินจากที่ใดมาก่อน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างน่าสนใจ จึงอดไม่ได้ที่จะมาถ่ายทอดสู่แฟน ๆ CityVariety ที่เคารพรักทุกท่านได้อ่านกัน
เริ่มจากท่านนิติภูมิได้เล่าให้ฟังว่า โดยเฉลี่ยแล้วท่านจะได้รับเชิญให้ไปประเทศโน้นประเทศนี้ไม่ต่ำกว่า 10-15 ประเทศต่อเดือน แต่ไปได้จริง ๆ ประมาณสี่ถึงห้าประเทศ แถมมี pocket money ส่งมาให้ด้วย
(พอได้ยินเท่านี้ ผมก็คิดต่อไปว่า ฝรั่งหรือคนต่างชาติช่างรู้ค่าของคนเก่งจริง ๆ เหมือนอย่างทันตแพทย์ท่านหนึ่งที่ผมรู้จักที่มอ.หาดใหญ่ ท่านก็เล่าใฟ้ฟังว่า ที่รัฐกลันตันกับกัวลาลัมเปอร์เชิญท่านไปเป็นอาจารย์พิเศษ ออกค่าตั๋วเดินทางชั้นเฟิร์สคลาส และให้พักโรงแรมห้าดาว ให้ด้วย )
ต่อจากนั้น ท่านก็มีมุกที่จะทำให้น้อง ๆ นักศึกษา ม.ศรีวิชัยฯ ตั้งใจฟังมากขึ้น โดยยกตัวอย่างว่า สมัยที่ท่านเป็นที่ปรึกษาให้กับสายการบินแห่งหนึ่ง ตอนแรกสายการบินนั้นรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังต่าง ๆ มาเป็นสจ๊วตหรือแอร์โฮสเตส แต่ปรากฎว่า แทนที่จะทำงานได้ดีกลับทำงานไม่ค่อยดี ดร.นิติภูมิ จึงสำรวจและพบว่านักศึกษาพวกนี้มักจะมีพื้นฐานครอบครัวที่ดี การที่จะให้บริการต่าง ๆ บนเครื่องบินโดยเฉพาะกับคนที่ไม่ค่อยมีฐานะจึงทำได้ไม่ค่อยดี (หรือผมเรียกง่าย ๆ ว่าหยิ่ง) จากนั้น ดร.นิติภูมิ จึงแนะนำให้รับสมัครคนจากม.ราชภัฏ ซึ่งปรากฎว่า พวกนี้กลับทำงานได้ดีมากกว่าที่คาดไว้มากและได้รับรางวับการให้บริการต่าง ๆ มากมาย
ทันทีที่ยกตัวอย่างนี้ จึงทำให้นักศึกษาที่นั่งฟังอยู่ก็มีจิตใจฮึกเหิมขึ้นมาและตั้งใจฟังต่อทันที (เห็นมั๊ยครับ เป็นกุศโลบายชั้นเยี่ยมให้คนตั้งใจฟังมากขึ้น)
ดร.นิติภูมิ เล่าให้ฟังต่อว่า เป็นที่น่าเสียดายของคนไทยที่ขายของไม่ค่อยได้ ทั้ง ๆ ที่ผลิตสินค้าต่าง ๆ ได้ดี สาเหตุส่วนใหญ่คือเรื่องของภาษา ยกตัวอย่างเช่น มีชาวซีเรียมาเที่ยวงานโอทอปแล้วสนใจสินค้ามาก จึงส่งอีเมล์มา แฟกซ์มา แต่ก็ไม่เคยมีการติดต่อกลับไป เข้าใจว่า อาจจะอ่านไม่รู้เรื่องกระมัง
ผิดกับที่นักธุรกิจบางรายใช้การสื่อสารสากลสร้างรายได้ได้มหาศาล ยกตัวอย่าง thaigem.com ที่เป็นตัวแทนติดต่อกับคนขายพลอยที่จันทบุรี ถ่ายรูปแล้วนำไปวางโชว์ในเว็บไซต์ ปรากฎว่ามียอดกำไรเดือนละกว่า 30 ล้านบาท จนกระทั่งมีฝรั่งมาซื้อเว็บต่อหลายร้อยล้าน
มองอีกมุมหนึ่ง ปี ๆ หนึ่ง ไทยมีชาวต่างชาติมารักษาตัวในประเทศไทยเป็นล้านคน ตกเมื่อปีที่แล้ว มีรายได้เข้าประเทศกว่าห้าหมื่นห้าพันล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ได้กับโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น และคิดต่อไปว่าที่จริงน่าจะสร้างรายได้มากกว่านี้ ถ้าเราสื่อสารกับเค้าได้ หรือให้ดี ไปเป็นผู้ช่วยพยาบาลในต่างประเทศยิ่งมีรายได้สูงเป็นแสน โดยเฉพาะประเทศมุสลิมที่มีข้อจำกัดว่าผู้หญิงจะถูกจำกัดแตะเนื้อต้องตัวชายไม่ได้ ยิ่งเป็นหนทางไปเป็นพยาบาลที่นั่นได้
อีกเรื่องที่ดร.นิติภูมิ เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเปิดใจก็คือ ปัจจุบัน ท่านเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และติดตามไปเจรจาการค้าในประเทศต่าง ๆ และจริง ๆ แล้ว ตำแหน่งนี้ได้เงินเดือนไม่มากแต่ที่ท่านยอมเป็นก็เพราะคุณปรีชาพูดเปิดใจกับเค้า สองประโยคก็คือ ผมพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยเป็น และข้อสองคือ ผมทราบประวัติภูมิหลังของท่านนิติภูมิดี ทราบว่าท่านมีชีวิตยากลำบาเพียงใด เคยหาบข้าวหมู ฯลฯ(ขออภัยถ้าผมฟังผิด)ซึ่งการพูดเปิดใจนี้มีค่ากว่าเงินมากมายนัก (เห็นมั๊ยครับ ตัวอย่างของผู้นำที่จะได้คนเก่งไปทำงานด้วย)
ดร.นิติภูมิ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า การที่จะไปเจรจากการค้าในต่างประเทศจะต้องรู้ประวัติและธรรมเนียมของประเทศนั้น ๆ เป็นอย่างดี เช่น แค่เรียกชื่อนำหน้าก็ต่างกันแล้ว อย่างในรัฐเซีย ถ้าเรียกนำหน้าชื่อว่า มิสเตอร์ เค้าจะรู้สึกเฉย ๆ แต่ถ้าเรียกชื่อตัวบวกชื่อพ่อ เค้าจะรู้สึกยินดีและเหมือนกับให้เกียรติเค้ามาก และพอสนิทระดับนึง เค้าจะให้เรียกชื่อตัว ไม่ต้องเรียกชื่อพ่อ และพอสนิทอีกระดับ จะให้เรียกชื่อเล่นเลย
หรืออย่างประเทศลาวเอง เค้าจะมีประเพณีร้องรำทำเพลงเหมือนคนไทยนี่แหล่ะ แต่จะเพิ่มเติมคือประเพณีกินเหล้าร่วมอุ (ไม่ใช่อึ) ก็คือโอ่งเล็ก ๆ บ้านเรานี่แหล่ะ แต่ใช้หลอดดูดต่างคนต่างดูด ซึ่งก็เคยเกิดเรื่องมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่นายกฯ ไทยเราสมัยหนึ่งเคยไปเจรจาแต่ไม่ยอมออกไปรำ แถมยังไม่ยอมดื่มร่วมอุ เพราะบอกว่าไม่ดื่มเหล้า ชาวลาวจึงไม่ค่อยพอใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วแกล้งทำเป็นดื่มก็ได้แล้ว
เอาหล่ะครับ บทความเริ่มยาวเกินไปแล้ว ขอยกไปต่อครั้งหน้า มีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับเจรจาการค้ากับคูเวตซึ่งแม้กระทั่งพาณิชย์หรือฑูตไทยยังทำไม่สำเร็จ แต่ดร.นิติภูมิทำได้ และเกร็ดที่จะให้เก่งภาษาอังกฤษแบบใช้งานได้จริงครับ
--------------Kritchoak@yahoo.com---------WebDirector@CityVariety.com------ |