อย่างไรก็ดี การนอนแบบนี้ก็ยังทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วไม่สดชื่นเท่ากับการนอนต่อเนื่องตาม ปกติ และการนอนแบบนี้ไม่ได้ทำให้สดชื่นในตอนเช้า ดังนั้นจึงควรหาเวลางีบหลับในตอนกลางวัน ( ไม่เกิน 30 นาที - 1 ชั่วโมง ) ซึ่งจะช่วยลดความอ่อนล้า และง่วงนอนได้
ที่สำคัญควรนอนให้มีคุณภาพ หลับให้สนิท ห้องนอนต้องมืดสนิท อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีกลิ่นอับชื้น ไม่ควรฟังวิทยุ หรือเปิดทีวีทิ้งไว้ เนื่องจากจะทำให้สมองตื่นตัว และนอนในห้องนอนที่อุณหภูมิเย็นกำลังสบาย ไม่ร้อน หรือหนาวเกินไป
เทคนิคช่วยให้นอนหลับสนิท
1. ที่นอนไม่แข็ง หรือนุ่มเกินไป สะอาด ไม่มีกลิ่นอับชื้น
2. เสื้อผ้าที่หลวมกำลังสบาย เนื้อผ้านิ่มใส่สบาย ไม่รัด หรือทำให้ร้อนเกินไป
3. ปิดไฟ และผ้าม่านให้ห้องมืดสนิท
4. ห้องนอนควรเป็นห้องที่เงียบสนิท ไม่มีเสียงจากรอบ ๆ ดังรบกวนการนอน
5. เสียงภายในห้องนอน อุปกรณ์บางอย่างในห้องนอน อาจส่งเสียงรบกวนการนอนได้ เช่น นาฬิกา เตียงนอนที่ส่งเสียงเอี๊ยดเมื่อขยับตัว เครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมที่ดังเกินไป
6. กลิ่นสะอาดสดชื่น ไม่ควรนอนในที่ที่มีกลิ่นอับชื้นหรือกลิ่นกับข้าวฟุ้งอยู่ทั่วห้อง หรือถ้าชอบกลิ่นหอมอาจใช้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยของไทย เช่น มะลิ กระดังงา ฯลฯ
7. ควรนอนในห้องนอนที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ทำได้ง่าย ๆ โดยการเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ให้ลมพัดผ่าน และเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรค และช่วยแก้ปัญหากลิ่นอับชื้นได้ดี
8. ไม่ควรดื่มชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนในช่วงเย็น เนื่องจากคาเฟอีนอาจตกต้างในร่างกายได้นานถึง 16 ชั่วโมง
วิธีดังกล่าวไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง โรคหัวใจวาย ฯลฯ เพราะอาจส่งผลต่อชีวิตได้ ถ้าทำอย่างต่อเนื่องการนอนที่ดีที่สุดคือการหลับสนิทอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ เวลา 6 – 8 ชั่วโมง ไม่ควรนอนด้วยวิธีดังกล่าวเป็นประจำ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ♦
|