ค้นหา
 
   
 
City Health
 
1,349,804  ครั้ง
จาก  537  บทความ

ตั้งแต่วันที่ 19/05/2547
 
 
cityzone
 ชวนคุยชวนคิด
 เล่าเรื่องธรรม
 เล่าเรื่องเดินทาง
 มองความคิด
 ชวนชิมชวนเที่ยว
 เก็บมาฝาก
 ร่วมสนุก
 น้องนุ๊กพาเที่ยว
varietyzone
 เรื่องนี้ต้องขยาย
 สุขภาพใกล้ตัว
 ทดสอบทายใจ
 เรื่องความรัก
 สไปซี่
 แกลลอรี่
 เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่
 Talk of the Town
 รอบรู้รอบโลก
 ไอทีน่ารู้
 Idea ดีๆ
entertainment
 เรื่องขำกลิ้ง
 หนังมาใหม่
Travel Zone
 เก็บภาพมาเล่า
Community Zone
 City Club
 City Board
 City Market
 
 
 
     

  City Health  

..เคล็ดลับลดน้ำหนัก...กับ...สมเด็จพระเทพฯ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเผยเคล็ดลับลดน้ำหนัก 6 เดือน ลดได้ 12 กิโลกรัม ด้วยสูตรง่าย ๆ และมีพระวรกายที่แข็งแรง ทรงวิ่งในตอนเช้า 5 กิโลเมตร เย็น 10 กิโลเมตร และเปลี่ยนเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำมาเป็นเวลา 16.00 น. เตรียมรณรงค์ให้คนไทยและเยาวชน ตระหนักถึงคุณค่าอาหารไทยมากขึ้น







สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดการประชุมวิชาการ เรื่อง “3 มิติใหม่อาหารไทยสร้างชาติ” เพื่อจุดประกายให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของอาหารไทย และหันมาบริโภคมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมอาหารไทยให้ได้ความนิยมไปสู่ระดับสากลต่อไป โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเป็นองค์ประธานเปิดการประชุม มีพระราชดำรัสเปิดงานสรุปได้ว่า “อาหารไทยเป็นมรดกวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นความเป็นชาติ และปัจจุบันอาหารไทยเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เพราะมีเครื่องปรุงองค์ประกอบที่มีความหลากหลาย อุดมด้วยสารอาหาร รวมทั้งกรรมวิธีการปรุงแต่ง แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ การส่งเสริมให้เกิดผลทางเศรษฐกิจมีความเป็นไปได้สูง และการส่งเสริมรณรงค์ให้คนไทยและเยาวชนไทย ตระหนักถึงคุณค่าอาหารไทยมากขึ้น เนื่องจากเยาวชนหันไปบริโภคอาหารตะวันตกมากขึ้น”



น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “มอง 3 มิติใหม่นำอาหารไทยสร้างชาติ” ในการประชุมดังกล่าวว่า ปัจจุบัน ข้อมูลสาธารณสุขพบว่า วัยรุ่นไทยอายุ เฉลี่ยที่ 12-18 ปี ร้อยละ 55.7 ชอบกินพิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอด ร้อยละ 35 ชอบดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ มีเพียงร้อยละ 20 ที่ชอบกินขนมไทย โดยร้อยละ 44.2 ระบุว่าเลือกอาหารจากการพบเห็นในสื่อโทรทัศน์



น.พ.วัลลภ กล่าวอีกว่า อาหารไทยสร้างชาติ และสร้างคนด้วย มิติทางวัฒนธรรมแต่ละภาคที่ทำให้อาหารประจำภาคต่างกัน มิติทางสุขภาพที่ได้จากอาหารไทยที่สมดุล กลมกล่อม และมิติทางเศรษฐกิจที่อาหารไทยกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนต่างชาติสูง โดยในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าจะประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 เป็นต้นไป อาหารไทยจะปลอดภัยได้มาตรฐานอย่างอาหารต่างประเทศ โดยในเดือนมิถุนายน มุ่งทำให้เกิดความปลอดภัยของอาหารในตลาด และในเดือนกรกฎาคม จะมุ่งทำความปลอดภัยของอาหารในโรงเรียนซึ่งประชาชนร้องขอมามาก และจะทำสลับกันไปแต่ละเดือนระหว่างตลาดกับโรงเรียน ซึ่งเชื่อว่า หากทำได้ ต่อไปอาหารไทยจะปลอดภัย และยังเชื่อว่าการผลักดันให้วัยรุ่นหันมาบริโภคอาหารไทยน่าจะทำได้ เพราะวัยรุ่นก็เป็นวัยรุ่นไทย



“ประเทศไทยได้เปรียบในทุกมิติที่จะพัฒนา ให้อาหารได้รับความนิยมในระดับสากล เหลือเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งต้องแก้ไขให้สะอาดและไม่มีการปนเปื้อน โดยเฉพาะสารพิษต่างๆที่พบได้ทั้งอาหารสดและอาหารสำเร็จ นอกจากนี้อาหารไทยยังขาดการวิจัยเมื่อปรุงสำเร็จ คือต้องจัดทำเป็นสูตรลับ”น.พ.วัลลภ กล่าวและว่าในเดือนสิงหาคม หลายหน่วยงานจะร่วมกับภาคเอกชนจัดงานรวมพลังอาหารปลอดภัย ถวายแด่แม่ของแผ่นดิน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์



น.พ.วัลลภ ยังกล่าวภายหลังการปาฐกถาพิเศษว่า ระหว่างที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรนิทรรศการในงานประชุมวิชาการครั้งนี้ ผู้เฝ้าฯรับเสด็จ ชื่นชมที่ทรงมีพระวรกายแข็งแรง ศ.พ.ญ.สาคร ธนมิตต์ กรรมการที่ปรึกษาสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ได้กราบทูลถามพระองค์ท่านถึงพระวรกาย โดยใช้คำว่า “REDUCE WEIGHT” เพื่อถามถึงน้ำหนักของพระองค์เพราะไม่กล้าถามตรง ๆ ซึ่งพระองค์ทรงอธิบาย โดยรับสั่งว่า การลดน้ำหนักของพระองค์ท่าน ทำได้ 12 กิโลกรัมในช่วง 6 เดือน และแม้จะลดน้ำหนัก แต่ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง ทรงเปิดเผยว่า มีสูตรง่าย ๆ คือทรงวิ่งอย่างไม่เร็วนัก โดยทรงตรัสว่า “ฉันวิ่งแบบที่คนอื่นเดินตามทัน” โดยทรงวิ่งในตอนเช้า 5 กิโลเมตร เย็น 10 กิโลเมตร และเปลี่ยนเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำมาเป็นเวลา 16.00 น.หลังจากนั้นจะไม่เสวยอะไรอีกเลย



น.พ.วัลลภ กล่าวว่า จะให้สมาคมโภชนาการฯหรือกรมอนามัยกราบทูลขอพระราชทาน นำสูตรลดน้ำหนักของพระองค์ มาเผยแพร่สู่ประชาชนเพื่อเป็นแบบอย่างในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการปรับเวลาอาหารเย็นให้เร็วขึ้นเพื่อให้มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงแนะนำให้นำถั่วแระขึ้นไปปลูกบนอมก๋อย เพื่อให้เด็กไม่ขาดสารอาหาร หลังจากมีการนำปลาดุกรัสเซียและวิตามินเอขึ้นไป แก้ปัญหาเด็กขาดสารอาหารจนพิการได้บางส่วน และยังทรงรับสั่งถึงเด็กในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งปัจจุบัน ภาวะเด็กขาดสารอาหารมีเฉพาะกลุ่มแล้ว การแก้ปัญหาจึงต้องเจาะตามพื้นที่ โดยทรงรับสั่งถึงเด็กๆในพื้นที่ทุรกันดารที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายของกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องหาทางเข้าไปช่วยเหลือ


ที่มา:ดีดีจัง
 
City Health ที่น่าสนใจอื่นๆ 10 อันดับ ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด
 
ย้อนกลับ | ดูทั้งหมด

 
   

     
 
พูดคุยกับทีมงาน | รู้จักCityvariety | โฆษณากับเรา | ชมสัมภาษณ์ CV ช่อง9   สถิติผู้เข้าชม

©Copyright 2002 ,CityVariety Corporation Co.,Ltd.
Tel  074-237692,074-348611   Fax  074-237735    E-mail : webadmin@cityvariety.com