สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยให้มีการอัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” ส่วนพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้ากัสสปะ จากราชอาณาจักรภูฎาน มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย ถือว่าเป็นมงคลแห่งบรมกษัตริยาธิราชของ ๒ ราชอาณาจักร
นับเป็นโอกาสอันดียิ่ง ของชาวสงขลา เมื่อ วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 และเป็นตัวแทนของภาคใต้ ที่ได้รับเกียรติให้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ” ส่วนพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้ากัสสปะ เป็นการชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาเพื่อสร้างมหาบุญครั้งใหญ่
นายกฤษฏา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดร. ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประชาชนพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา ร่วมกันให้การต้อนรับ“พระบรมสารีริกธาตุ” ส่วนพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้ากัสสปะ อย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนสู่วัดโคกสมานคุณ
นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “พระทัตนธาตุ องค์นี้ แม้แต่ชาวภูฏานเองยังไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าไปสักการะได้บ่อย เพราะจะเปิดให้ประชาชนชาวภูฏานสักการะได้เพียงปีละ ๑ ครั้ง เพราะทางภูฏานจะเก็บรักษาพระทันตธาตุไว้อย่างดี จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของประชาชนชนไทยที่จะได้สักการะบูชาพระทันตธาตุ ซึงเป็นครั้งแรกของโลกที่ทางประเทศภูฏานยอมให้มีการอัญเชิญพระทันตธาตุออกนอกประเทศ”
สำหรับที่มาของพระทันตธาตุองค์นี้ ประเทศภูฏานได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดียประมาณช่วงพุทธศตวรรษที่ ๘ โดยมีเอกสารรับรองว่าเป็นพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้ากัสสปะเจ้า ซึ่งเชื่อว่ามีอายุมากกว่า ๓,๐๐๐๐ ปี และเป็นองค์เดียวในโลกที่เหลืออยู่ เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในพระราชวังของสมเด็จขพราราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
พระพุทธเจ้ากัสสปะเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าในภัทรกัปป์ ทรงจุติลงมาในโลกมนุษย์หลังจากสิ้นสุดศาสนาของพระโกนาคมพุทธเจ้าแล้ว โดยตั้งแต่อายุมนุษย์ลดลงจาก ๒,๐๐๐ ปี เหลือ ๑๐ ปี แล้วเพิ่มขึ้นจนถึง ๒๐,๐๐๐ ปีอีกครั้ง พระองค์จึงเสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์เกิดในตระกูลพราหมณ์ บิดานามว่าพรหมทัต มารดานามว่าธนวดี มเหสีนามว่าสุนันทา มีโอรสชื่อว่าวิชิตเสน ทรงเป็นฆราวาสอยู่ ๒,๐๐๐ ปี เมื่อเห็นเทวทูตทั้ง๔ จึงออกผนวช บำเพ็ญศีลอยู่๗ วัน ก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
พระอัครสาวกของพระองค์ คือ พระดิสสเถระ และพระภารทวาชเถระ พระอัครสาวิกา คือ พระอนุลาเถรี และพระอุรุเวลาเถรี อัครอุบาสก คือ สุมงคลอุบาสก และฆฏิการอุบาสก อัครสาวิกา คือ สิชิตเสนาอุยาสิกา และภัททาอุบาสิกา พระกายสูง ๒๐ ศอก รัศมีกายเหมือนพระจันทร์ทรงกลด มีพระชนมายุได้ ๒๐,๐๐๐ ปี
การอัญเชิญ“พระบรมสารีริกธาตุ” ส่วนพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้ากัสสปะ จากราชอาณาจักรภูฎาน มาประดิษฐานในเมืองไทยครั้งนี้ ยังถือว่าเป็นการมอบกำลังใจให้แก่ประขาชนชาวไทยที่ต้องเผชิญกับมหาอุทกภัยที่ช่วงเวลาผ่านมา ในประเทศภูฏานเชื่อกันว่า เมื่อพระบรมสารีกธาตุองค์นี้ไปประดิษฐานที่ใด จะนำมาซึ่งความเจริญแก่ที่นั้นๆ
บุญกุศลที่จะได้รับจากการกราบไหว้ สักการะบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้น เสมือนหนึ่งเทียบได้กับการเข้าเฝ้ากราบไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยตนเอง ซึ่งเป็นความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ของชาวภูฏาน
จึงขอเชิญพี่น้องพุทธศาสนิกชนชาวสงขลา ร่วมสักการะบูชา“พระบรมสารีริกธาตุ” ส่วนพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้ากัสสปะ จากราชอาณาจักรภูฎาน ได้ที่วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๒๖ มกราคมนี้ เท่านั้น ก่อนที่จะอัญเชิญต่อไปเพื่อให้พี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่น และชาวอีสานได้สักการะต่อไป |